ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์
ชุมชนเชื่อมโยง เศรษฐกิจเข้มแข็ง
ธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของ GULF มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พัฒนาเครือข่ายการขนส่ง และส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ยังคำนึงถึงการลดภาระงบประมาณและหนี้สาธารณะของรัฐบาล ตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติที่เน้นส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnerships: PPPs) แนวทางนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของภาครัฐ พร้อมดึงความเชี่ยวชาญจากภาคเอกชนมาบริหารจัดการโครงการโครงสร้างพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ เราเล็งเห็นความสำคัญในหลักการข้างต้นจึงเข้าไปมีบทบาทสำคัญในโครงการ PPP หลายโครงการ โดยมุ่งหวังสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

ข้อมูลธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์
GULF ได้ลงทุนในโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) และบางใหญ่ – กาญจนบุรี (M81) ผ่านบริษัท BGSR 6 และ BGSR 81 ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดยกลุ่ม BGSR
โครงการมอเตอร์เวย์ทั้งสองเส้นทางมีระยะทาง 196 กิโลเมตร และ 96 กิโลเมตรตามลำดับ ทั้งสองโครงการดำเนินการภายใต้สัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เป็นระยะเวลา 30 ปี กับกรมทางหลวง (DOH) โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่
- การออกแบบและก่อสร้างงานระบบ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง
- การดำเนินงานและการบำรุงรักษา ซึ่งครอบคลุมระบบการเก็บค่าผ่านทาง การจัดการจราจร และการดูแลรักษาระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่ก่อสร้างโดยกรมทางหลวงและกลุ่ม BGSR

GULF ได้ลงทุนใน GMTP ซึ่งเป็นบริษัทที่รับผิดชอบการพัฒนาและดำเนินการโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง โดยดำเนินการภายใต้สัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เป็นระยะเวลา 35 ปี กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT)
โครงการนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- การออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงการขุดลอกและถมดินในพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ (หรือประมาณ 160 เฮกตาร์ / 395 เอเคอร์)
- การออกแบบ ก่อสร้าง และประกอบกิจการท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว
- การดำเนินงานและการบำรุงรักษาท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อสนับสนุนการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ไม่น้อยกว่า 5 ล้านตันต่อปี (สำหรับสถานี LNG ระยะที่ 1) และสามารถขยายกำลังการขนส่งได้สูงสุดถึง 10.8 ล้านตันต่อปี (สำหรับสถานี LNG ระยะที่ 2)

GULF ได้ลงทุนในบริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล (TTT) ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการท่าเรือสาธารณะสำหรับสินค้าเหลว และคลังเก็บสินค้าเหลว ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เป็นระยะเวลา 30 ปี กับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT)
โดยบริษัท TTT มีหน้าที่ดูแลจัดการท่าเรือจำนวน 4 ท่า สามารถรองรับเรือได้ถึง 1,000 ลำต่อปี รวมถึงมีถังบรรจุสินค้าเหลวที่มีความจุ 723,800 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทำให้บริษัท TTT เป็นผู้ให้บริการท่าเรือสาธารณะสำหรับสินค้าของเหลวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

GULF ได้ลงทุนในบริษัท GPC ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 (ท่าเรือ F) ภายใต้สัญญาร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) เป็นระยะเวลา 35 ปี กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (PAT)
โดยการท่าเรือฯ รับผิดชอบในส่วนงานขุดลอกและถมทะเล ส่วน GPC รับผิดชอบในด้านการออกแบบ การก่อสร้าง รวมถึงการดำเนินงานและการบำรุงรักษา โครงการท่าเทียบเรือคอนเทนเนอร์ F นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคอนเทนเนอร์ และนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะสามารถรองรับปริมาณคอนเทนเนอร์ได้ไม่น้อยกว่า 4,000,000 TEU ต่อปี ส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาคอย่างยั่งยืน

GULF ลงทุนใน BSP และ BSD ผ่านการร่วมทุนในบริษัท BSE ซึ่งประกอบด้วย
โครงการระบบจำหน่ายไฟฟ้า BSP:
BSP มีหน้าที่ดำเนินธุรกิจระบบจำหน่ายไฟฟ้าสำหรับโครงการ One Bangkok ภายใต้สัญญาการพัฒนาสาธารณูปโภค (UDA) โดยทำหน้าที่แปลงแรงดันไฟฟ้าที่ซื้อจากการไฟฟ้านครหลวง (MEA) เพื่อนำไปใช้ในระบบจำหน่ายไฟฟ้าภายในพื้นที่ของโครงการ One Bangkok รวมไปถึงจำหน่ายให้กับระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ภายใต้การดูแลของ BSD ทั้งนี้ โครงการ BSP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวมประมาณ 240 เมกะวัตต์
โครงการระบบทำความเย็นของเขต BSD:
BSD มีหน้าที่ดำเนินการระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์สำหรับโครงการ One Bangkok ภายใต้สัญญาการพัฒนาสาธารณูปโภค (UDA) โดยระบบนี้มีหน้าที่ผลิตน้ำเย็นเพื่อใช้ในระบบปรับอากาศให้กับลูกค้าในโครงการ One Bangkok
ในกระบวนการผลิตน้ำเย็น BSD ใช้พลังงานไฟฟ้าจาก BSP และใช้น้ำรีไซเคิลจากโรงบำบัดน้ำของโครงการ One Bangkok และน้ำประปาเป็นแหล่งเสริมในการผลิตน้ำเย็น นอกจากนี้ BSD ยังรับผิดชอบการจัดการและควบคุมเครื่องทำความเย็นที่สามารถผลิตน้ำเย็นได้สูงสุดถึง 38,000 ตันความเย็น

โครงการของเรา
กรุงเทพ
1 โครงการ

One Bangkok
ขอบเขตโครงการ: 240 เมกะวัตต์
ระยอง
2 โครงการ

TTT

GMTP
ชลบุรี
1 โครงการ

GPC
นครราชสีมา
1 โครงการ

BGSR 6
กาญจนบุรี
1 โครงการ

BGSR 81