ภาพรวม

GULF ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในระยะแรกลง 25% ภายในปี พ.ศ. 2573 เมื่อเทียบกับปีฐาน พ.ศ. 2562 นอกจากนี้ GULF ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็น 40% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี พ.ศ. 2578 พร้อมกับเป้าหมายระยะยาวในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในระยะแรกและ ระยะที่ 2 ภายในปี พ.ศ. 2593 ขณะเดียวกัน GULF ยังคงมุ่งเน้นการแสวงหา และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ให้สอดคล้องกับแนวโน้มพลังงานระดับโลก และความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการลงทุน และดำเนินโครงการพลังงานหมุนเวียนในหลายประเภท ได้แก่

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

GULF ได้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์หลายประเภท ทั้งแบบติดตั้งบนพื้นดิน (Solar farms) แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar farms with battery energy storage system: Solar BESS) และแบบติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) โดย ณ ปี พ.ศ. 2567 มีกำลังการผลิตติดตั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 294 เมกะวัตต์ที่เปิดดำเนินการแล้ว และอีก 2,637 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา รายละเอียดของโครงการมีดังนี้

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินในประเทศเวียดนาม

ประกอบด้วย 2 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 119 เมกะวัตต์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์แล้ว โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับ EVN ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 20 ปี

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินในประเทศไทย

มีทั้งหมด 13 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 870 เมกะวัตต์ โครงการเหล่านี้อยู่ระหว่างการพัฒนา และบางโครงการได้เริ่มการก่อสร้างแล้ว โดย 3 โครงการจะเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ภายในปี พ.ศ. 2567 และจะขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 25 ปี

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ในประเทศไทย

รวม 12 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 1,668 เมกะวัตต์ โครงการเหล่านี้อยู่ระหว่างการพัฒนา และบางโครงการได้เริ่มการก่อสร้างแล้ว โดย 2 โครงการจะเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ภายในปี พ.ศ. 2567 และจะขายไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 25 ปี

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ในประเทศไทย

กำลังการผลิตติดตั้งรวม 0.6 เมกะวัตต์ โดยโครงการเหล่านี้อยู่ภายใต้กลุ่ม VSPP (ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก) ซึ่งขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 25 ปี

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ภายใต้บริษัท กัลฟ์1 จำกัด (“กัลฟ์1”)

ได้ขายไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ในภาคอุตสาหกรรมภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 10-20 ปี โดยปี พ.ศ. 2567 กัลฟ์1 มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 163 เมกะวัตต์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และอีก 110 เมกะวัตต์อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา นอกจากนี้ กัลฟ์1 มีแผนการขยายฐานลูกค้าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) ต่อไป

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าพลังงานลม

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมของ GULF มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล (Offshore wind farms) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง (Onshore wind farms) โดยมีกำลังการผลิตรวม 770 เมกะวัตต์ที่ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และอีก 1,500 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาต้นปี พ.ศ. 2567 รายละเอียดของโครงการมีดังนี้

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบนฝั่ง ภายใต้การร่วมค้า GGC

ประกอบด้วย 3 โครงการ มีกำลังการผลิตรวม 178 เมกะวัตต์ โดยกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับ กฟผ. ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว 25 ปี

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลของ GULF มีกำลังการผลิตรวม 593 เมกะวัตต์ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน แบ่งเป็นโครงการในเวียดนามที่ขายไฟฟ้าให้กับ EVN ภายใต้สัญญา PPA ระยะยาว 20 ปี อีกโครงการตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเยอรมนี ห่างจากท่าเรือ Norddeich ประมาณ 59 กิโลเมตร ซึ่งได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าราคาตลาดจนถึงปี พ.ศ. 2571 และมีการรับประกันราคาขั้นต่ำถึงปี พ.ศ. 2581 นอกจากนี้ เรายังลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 1 โครงการในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 1,500 เมกะวัตต์

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ

GULF อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนลุ่มแม่น้ำโขงใน สปป. ลาว 3 โครงการ ได้แก่ โครงการปากแบง โครงการปากลาย และโครงการหลวงพระบาง ซึ่งมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 3,142 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตตามสัญญารวม 3,060 เมกกะวัตต์ โดยจะจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว 29 ถึง 35 ปี ภายใต้กรอบความร่วมมือซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศไทยกับ สปป.ลาว ซึ่งโครงการดังกล่าวข้างต้นเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี (Run-of-the-river) ไม่มีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำ และไม่มีการเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง โดยจะใช้การไหลของน้ำตามธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้า ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเท่ากับที่ไหลออก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าชีวมวล

GULF ดำเนินโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) ชีวมวลในประเทศไทย โดยใช้เศษไม้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า โครงการนี้มีกำลังการผลิตรวม 25 เมกะวัตต์ โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แบบต่ออายุได้ทุก 5 ปี สัญญามีความยืดหยุ่นในการต่ออายุเมื่อครบกำหนด และปัจจุบันโครงการได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์

โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ

GULF ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในประเทศไทย โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 128.3 เมกะวัตต์ รายละเอียดของโครงการมีดังนี้

โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะจากชุมชน

โครงการนี้มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9.5 เมกะวัตต์ และสามารถขายไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าได้ 8.0 เมกะวัตต์ ออกแบบมาเพื่อจัดการขยะจากชุมชนด้วยการแปรรูปขยะ 650 ตันต่อวันเป็นพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งในช่วงนี้นั้นขยะมูลฝอยจะถูกคัดแยกและฝังกลบไปเรื่อยๆ จนกว่าโรงไฟฟ้าจะถูกสร้างเสร็จ โดยโรงไฟฟ้ามีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 20 ปี กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ภายในปี พ.ศ. 2569

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรม

GULF มีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะอุตสาหกรรมทั้งหมด 12 โครงการ แต่ละโครงการมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 9.9 เมกะวัตต์ และขายไฟฟ้าเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าได้ 8.0 เมกะวัตต์ ในหนึ่งวันโครงการเหล่านี้สามารถกำจัดขยะอุตสาหกรรมได้ประมาณ 200-250 ตันต่อโครงการ โดยโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพัฒนา และมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องในเชิงพาณิชย์ภายในปี พ.ศ. 2569 โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะเวลา 20 ปี กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
เมกะวัตต์
เชื้อเพลิงขยะที่ผ่านการคัดแยก (SRF)

เพื่อสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว (เศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว: BCG) ประเทศไทยจำเป็นต้องลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากการฝังกลบขยะ และลดการสูญเสียจากกระบวนการผลิต หนึ่งในวิธีการคือการนำขยะอุตสาหกรรมที่ไม่เป็นอันตรายและมีค่าความร้อนมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงแข็ง (Solid Recovered Fuel: SRF) ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทางเลือกในการผลิตไฟฟ้า การใช้ SRF ช่วยลดการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้วยการจัดตั้งโรงงานผลิต SRF เพื่อจัดหาขยะอุตสาหกรรมเข้าสู่กระบวนการผลิต และส่งเชื้อเพลิง SRF ไปยังโรงไฟฟ้าจำนวน 12 แห่ง ซึ่งโรงงาน SRF นี้มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 3,000 ตันต่อวัน

Capacity Icon
กำลังการผลิตติดตั้งทั้งหมด
ตันต่อวัน